ประกาศ!!!!

ประกาศ!!!!







ย้ายบทความทั้งหมดไปที่...







http://AttractionLesson.com/







คำเตือน..สำหรับท่านที่กำลังคิดละเมิดลิขสิทธิ์

เนื่องจากมีผู้ละเมิดลิขสิทธิ์บทความจากผม จำนวนมาก ผมขอแจ้งข่าวสารดังนี้ สำหรับท่านไหนที่ไม่ใช่ที่ปรึกษาทางธุรกิจที่อยู่ในทีม Business School และนำบทความผมไปเผยแพร่เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของท่านโดยไม่ได้รับอนุญาติจากผมโดยตรง ผมเองกำลังดำเนินการติดตามเพื่อดำเนินการตามกฎหมายสูงสุด ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พศ. 2539 กับผู้ละเมิด และโปรดทราบนี่คือบทความเฉพาะผมและทีม Business School เท่านั้น ISBN : 0-449-21492-3

วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2553

บทความที่ 17 ความสัมพันธ์ที่หายไปกับการตลาดแบบไล่ล่า


การตลาดแบบไล่ล่านำไปสู่การสูญเสียความสำพันธ์ หลายคนที่ทำธุรกิจเครือข่ายรูปแบบเดิมๆ จะเข้าใจมันอยู่แล้ว

บางคนอาจจะไม่เข้าใจและมีคำถามเสมอเวลาแนะนำคนที่รู้จัก
“ทำไมล่ะ ฉันอุตสาห์แนะนำสิ่งดีๆให้กับคนรู้จัก แต่เขาไม่อยากจะคุยด้วย”
พร้อมด้วยความคิดดูถูกเพื่อนคนนั้น
 “ไม่เป็นไร ถ้าเขาไม่เห็นโอกาส ถ้าฉันรวยเมื่อไหร่อย่ามาง้อละกัน”
 แล้วฉันก็ยังไม่รวยสักที! มันกำลังเกิดขึ้นกับหลายๆคนที่ทำธุรกิจเครือข่าย

ความเข้าใจธรรมชาติของคน สิ่งที่ขาดไปกับการทำตลาดแบบเดิมๆ

ทำไมคนที่พยายามลิสต์รายชื่อ 100 คนที่รู้จักผมถึงเรียกว่า “100คนแรก ที่คุณจะไล่เขาออกจากชีวิต” คุณลองมองภาพนี้นะครับ

สมมติว่าคุณเดินเข้าไปในร้านขายเครื่องเสียง ซึ่งคุณเองอาจจะสนใจเครื่องเสียงบ้าง กำลังชะโงกดูเครื่องเสียงรุ่นใหม่ที่เข้ามาเห็นว่าดูดี เซลล์แมนวิ่งมาแต่หลังร้านพยายามทุกอย่างที่จะขายให้คุณทันที คุณจะเดินไปไหนก็เดินตามทุกฝีก้าว คุณจะรู้สึกอย่างไรบ้าง

หรือสมมติว่า วันนี้อยู่ที่บ้านกับเช้าวันอาทิตย์ที่แสนจะสงบสุข 11โมงเช้ากำลังนั่งจิบกาแฟหลังบ้านชมนกกำลังจับบนกิ่งไม้ มีโทรศัพท์เข้ามาบอกว่า “สวัสดีครับคุณเอ ผมโทรจากศูนย์ประกันชีวิตบี นะครับ วันนี้เรามีโปรโมชั่นพิเศษ สมัครประกันชีวิตกับเรารับของขวัญล้ำค่าไปเลยร่มสุดหรู” ผมว่ามันก็คงทำลายวันที่แสนสงบของคุณทันที

ทั้งสองเหตุการณ์คุณรู้สึกอย่างไงบ้างครับ? แน่ๆรำคาญ อึดอัด อยากเดินหนี ใช่ไหมครับ
ไม่ใช่เรื่องผิดปกตินะครับที่คุณเองรู้สึกแบบนี้เพราะคนทั่วๆไปเขาก็เป็นเช่นคุณเหมือนกัน

เพราะอะไรล่ะ บางคนบอกว่าในเคสร้านขายเครื่องเสียง เขาอยากเลือกดูเองจนรู้สึกพอใจและอยากได้ถึงจะเรียกเซลล์แมนเข้ามาคุยใช่ไหมครับ ในอีกเคสก็เช่นกัน ถ้าเขาอยากได้แค่มีการประชาสัมพันธ์ไว้แล้วถ้าเขาต้องการก็จะติดต่อไปเอง
เพราะ ธรรมชาติของคนคือ คนไม่ชอบถูกขาย ไม่อยากตกเป็นเหยื่อของการขาย คนจะมีระบบป้องกันทันทีไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ หยุดไม่คุยด้วย เดินหนี ไม่รับสาย หรือหลากหลายวิธีการหลบหลีกของแต่ละคน

ในกรณีของธุรกิจเครือข่ายก็ไม่ต่างกัน พอมองออกหรือยังครับว่าทำไมคนถึงปฎิเสธคุณเมื่อไปชวนเขาทำธุรกิจ คุณทำอะไรแตกต่างจากเซลล์แมนคนนั้น

ที่เขาสอนกันลิสต์รายชื่อ 100คนที่รู้จัก เพื่อนสมัยอนุบาล2 ที่คุณลิสต์ขึ้นมาแล้วโทรไปแนะนำธุรกิจ คุณกำลังทำให้เขารู้สึกว่า จะตกเป็นเหยื่อของการชวนโดยคุณ! แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ตีตัวออกห่างถ้าเขาไม่พูดตามตรง
หรือคนไหนที่เป็นประเภทขวานผ่าซากก็จะพูดให้คุณช้ำใจไปเลย หรือคนไหนที่นุ่มนวลกว่าเวลาคุณไปแนะนำถึงบ้านเขาก็จะบอกว่า ขอตัดสินใจก่อน หรือ ขอคิดดูก่อน จริงๆนี่คือความหมายว่าอะไรคุณน่าจะมองออก มันคือการปฎิเสธดีๆใช่ไหมครับ

บางกรณีที่นุ่มนวลที่สุดเขากลัวคุณเสียน้ำใจหรือสงสารที่อุตสาห์มาสิ่งที่เขาทำก็คือ อ้าว สมัครเท่าไหร่ 200 บาทเหรอ สมัครเลย หรือ มีอะไรถูกที่สุดเอาชิ้นหนึ่ง บางคนดีใจที่ขายได้หรือสมัครคนได้ แต่จริงๆ มันคือ การปฎิเสธที่ดีที่สุดของเขาตอนนั้น เพราะคนอยากดูดีในสายตาคนอื่นเสมอ เขาก็เช่นกัน แล้วหลังจากนั้นละ สมัครแล้วไม่ทำอะไรเลย หรือซื้อไปก็จบแค่นั้น
บางรายไม่รับสาย หรือ ถ้ารับก็จะพยายามเลี่ยงที่จะเจอคุณ เหตุผลเพราะเขาจำให้สมองแล้วเมื่อเจอคุณคือ เขาต้องเสียเงิน และตกเป็นเหยื่อของการขาย หรือการชวนโดยคุณ!

มันมีทางออกไหมกับการทำการตลาดกับคนรู้จัก

การแนะนำกับคนรู้จักมันต้องใช้หลักจิตวิทยาพอสมควร เพราะกับแค่เงินไม่กี่ร้อยบาทคุณจะแลกด้วยความสัมพันธ์กับเพื่อนเหรอ?

แต่สิ่งที่เวิร์คที่สุดก็คือ คุณต้องเข้าใจธรรมชาติของคนอีกเรื่อง คนชอบอิสระที่จะซื้อเองในสิ่งที่เขาต้องการ สิ่งที่เขาต้องการไม่ว่าแพงเท่าไหร่เขาก็จะพยายามที่จะได้มันมา

คุณมีสิ่งที่เขาต้องการ และสิ่งที่เขาอยากจะซึ้อไหม

หลายคนอาจจะบอกว่า บริษัทและโปรดักส์ของฉันดีเลิศ ใครใช้แล้วก็อยากใช้ต่อ และอยากบอกปากต่อปาก
เยี่ยมเลยคุณก็ใช้การแนะนำสินค้ากับเขาทันที หรือบอกว่า บริษทของฉันดีกว่าบริษัทของเธอ ผลสรุปสุดท้ายที่ได้มันอาจจะรุนแรงกว่ากว่าปกติ มองเห็นใช่ไหมครับ มันคือการดูถูก! แน่ๆละไม่มีใครบอกว่าสิ่งที่ตัวเองเลือกมันแย่กว่าคนอื่น

สิ่งที่คนอยากจะได้สำหรับการทำธุรกิจเครือข่ายก็คือ มีอะไรจะทำให้งานเครือข่ายของเขามันดีขึ้น มีอะไรจะช่วยเหลือเขาได้ มีอะไรที่จะแก้ปัญหาให้เขาได้ คุณมีทางออกให้ไหม เพราะคนเขาสนใจว่าเขาจะได้อะไร เขาไม่ได้สนใจหรอกว่า สิ่งที่คุณบอกมันจะดีแค่ไหน

ตราบใดก็ตามที่เขายังรู้สึกว่าบริษัทที่เขาทำดีที่สุด แน่นอนว่าเขาต้องการคนมาช่วยแก้ปัญหาและเมื่อเขาเจอทางออกแล้ว เชื่อผมเถอะ เมื่อนั้นเขาจะตามคุณมากกว่า
มองเห็นหรือยังครับว่าการทำงานกับคนรู้จักคุณควรเป็นใคร? แต่จริงๆมันขยายวงไปในกลุ่มคนไม่รู้จักได้นะครับ และคนรู้จักนั่นละจะนำคนไม่รู้จักมาให้คุณ...



พลวัต ปานคำ
MLM School Consultant

วันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553

บทความที่ 16 ธุรกิจเครือข่าย ธุรกิจของการเป็นมืออาชีพ


สิ่งที่กูรูในโลกธุรกิจกล่าวไว้คือ "ธุรกิจเครือข่ายคือ ธุรกิจของคนตาบอด จูงคนตาบอดเดิน"

ลองนึกภาพนะครับ คนตาบอด ถ้าเทียบกับคนที่ทำธุรกิจเครือข่ายคือคนที่ไม่รู้จะทำธุรกิจอย่างไร หรือทำแบบงูๆปลาๆ มองไม่เห็นหนทางที่จะสร้างรายได้มหาศาลเลย

คนส่วนใหญ่ที่ทำธุรกิจเครือข่ายเป็นแบบนี้จริงๆ! มันเป็นเหตุผลง่ายๆเลยที่ทำไมทำธุรกิจเครือข่ายมาไม่รู้กี่ปี จะเปลี่ยนบริษัทไปกี่บริษัทก็ตามก็ไม่สำเร็จสักที


คุณลองมองย้อนหลังดูนะครับ งานของคนที่ทำธุรกิจเครือข่ายคืออะไร? ใช่ครับ มันคือ การทำการตลาดให้กับสินค้าของบริษัทที่คุณเข้าร่วม
งานของคุณต่างอะไรล่ะกับงานของนักการตลาด ชื่อที่เรียกตัวเองที่ถูกต้องจริงๆมันน่าจะเป็น นักการตลาดเครือข่าย

สิ่งที่ทำให้คนล้มเหลวในธุรกิจเครือข่ายเพราะเขาไม่รู้ว่าเขาต้องเป็นนักการตลาด
งานของนักการตลาดเครือข่ายมันแค่ขายของได้ สมัครคนได้เหรอ?
ถ้ามีแค่นั้นคุณก็คงไม่ต่างอะไรกับพนักงานขายทั่วๆไป

ลองมองนักการตลาดที่เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ๆสิครับ
เช่นคุณ บิลเกตต์ การที่บริษัทเขาจะใหญ่โตขึ้นมาได้เขาก็ต้องมีการจำหน่ายสินค้าบริการของเขาเหมือนกัน แต่สิ่งที่แตกต่างคือเขาเป็นนักการตลาด หรือเขามีนักการตลาดในบริษัท
เขาไม่เคยเอาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ไปเร่ขาย เพราะเขารู้ว่าการขายมันคือ ศิลปะของการทำการตลาด

ผลลัพธ์ของนักขายคือคุณอาจจะขายของได้ แต่ผลลัพธ์ของนักการตลาดคือคุณสร้างมูลค่าการตลาดอย่างมหาศาล

คุณลองมองคนทำธุรกิจเครือข่ายทั่วๆไปสิครับ เปลี่ยนบริษัทไปเรื่อยๆ หลายคนเป็นสิบบริษัทแต่ก็ยังไม่พ้นความล้มเหลวอยู่ดี
สิ่งที่เขาทำกันก็คือล่อหลอกด้วยรายได้ของผู้นำระดับสูง แล้วคนก็แห่กันเข้าร่วม

ผมอยากแนะนำให้แน่ใจก่อนตัดสินใจเข้าร่วมว่า คนเหล่านี้เขามีระบบมีวิธีทำการตลาดแบบไหนที่จะมาช่วยเราได้ เรามั่นใจแค่ไหนว่ามันเหมาะกับวิถีชีวิตของเรา
เพราะทุกคนมีธรรมชาติของตัวเอง การทำเราฝืนทำอะไรก็ตามที่ขัดกับธรรมชาติของเราก็จะทนได้ไม่นาน
หลายธุรกิจใช้วิธีการสร้างแรงจูงใจ (Motivate) อย่างเดียว เพราะไม่มีระบบที่เขามาช่วยลดแรงเสียดทานในการทำธุรกิจ
สร้างแรงจูงใจจนกระทั่งหมดเนื้อหมดตัวและเลิกกันออกไป!



พลวัต ปานคำ

MLM School Consultant

วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2552

บทความที่ 15 มันถึงเวลาของคุณหรือยัง กับการตลาดแบบดึงดูด?

สิ่งที่เป็นความจริงในโลกของการทำธุรกิจเครือข่ายปัจจุบัน

1. ไม่มีระบบสร้างรายชื่อเป็นของตัวเอง เกิดทางตันทางธุรกิจเครือข่ายและไม่เข้าใจธรรมชาติของคน เกิดการรบกวนคนรู้จักด้วยการลิสต์รายชื่อคนรู้จัก 100 คนที่เขาสอนกัน ชื่อเพื่อนสมัยเรียนอนุบาล2 ขุดมาเพื่อติดต่อแล้วโทรไปหา ลองนึกดูนะครับ ถ้าใช้ระบบแบบนี้ทำไม่จะไม่มีการเสียเพื่อนเพราะธรรมชาติของคน คนไม่อยากตกเป็นเหยื่อ

2. ไม่มีระบบสร้างความสัมพันธ์หรือระบบสร้างความรู้จักกับคนที่สนใจ หรือใช้วิธีที่ใช้เวลา เงินมากเกินไปแต่ได้ผลน้อยมาก หากมีการซื้อรายชื่อกับที่ปรึกษาหรือทางเน็ต สิ่งที่เขาทำกันก็คือนั่งโทร โทร แล้วโทร นัดเข้าไปประชุมตามโรงแรมหรือศูนย์ สุดท้ายก็โดนเบี้ยวนัด เหตุผลคือเขาไม่รู้จักเรา บางคนอาจจะบอกว่าโทรศัพท์เวิร์ค แต่อย่าลืม 100คนที่ซื้อมาเจอคนที่เวิร์คซักกี่คน และส่วนใหญ่ใช้การโทรตามแล้วตามอีก หลายครั้งรายชื่อทางเน็ตที่ซื้อมาไม่ได้ต้องการจริงๆ

3. การขาดวิธีการสร้างความมั่นใจให้กับคนที่สนใจธุรกิจเครือข่าย เคยเจอไหมครับ คนที่เป็นวิทยากรในงานประชุมตามโรงแรมทำไมสมัครคนง่ายมาก เหตุผลคือคนเขามั่นใจในตัวคนที่สอนคนอื่น หลายคนไม่เข้าทำเครือข่ายคุณต้องโชว์ความเป็นมืออาชีพ และสร้างความมั่นใจให้กับคน และแทบทั้งหมดไม่มีระบบและวิธีการช่วยในการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่สนใจ


Attraction Marketing หรือการตลาดแบบดึงดูด สื่งที่เป็นหัวใจของการตลาดแบบนี้ ซึ่งกำลังเข้ามาตอบโจทย์การทำธุรกิจเครือข่ายทุกตัวรวม ลองนึกภาพดูนะครับ

-การตลาดที่คุณมีระบบสร้างรายชื่อเป็นของตัวเอง และเข้าถึงคนที่ต้องการแน่นอนว่าคุณไม่เอาเนื้อไปขายให้คนที่กินเจแน่ๆ การที่เราคุยกับคนที่เขาต้องการมันง่ายกว่า ใช่ไหมครับ แน่นอนว่าคุณต้องรู้วิธีในการสร้างรายชื่อ

-การตลาดที่คุณใช้ระบบอัตโนมัติมาช่วยในการสร้างความสัมพันธ์ โดยที่ไม่จำเป็นต้องยกหูคุยกับใครถ้าคุณไม่ต้องการ แต่กลายเป็นว่าเราเป็นที่รู้จักของผู้สนใจเพราะระบบทำให้เขารู้จักเราด้วยการเห็นข้อมูลด้วยระบบอัตโนมัติ (ที่ไม่ใช่การ สแปร์มเมล์) แล้วคุณสามารถคุยได้กับคนที่สนใจจริงๆได้ตามระบบที่คุณทำ แม้กระทั่งให้ผู้สนใจโทรหาคุณเองถ้าเขาต้องการจริงๆ ยังได้เลย แน่นอนว่าคุณไม่ต้องวุ่นวายกับวิถีชีวิตทำธุรกิจเครือข่ายแบบเดิมๆ และการนัดคนไปงานประชุมของคุณมันจะง่ายกว่าเพราะเขาต้องการเข้ามาเอง

-การตลาดที่คุณเลือกคนได้ .... ลองนึกภาพนะครับ ถ้าคุณเลือกแต่คนที่เป็นผู้นำเข้ามาร่วมเครือข่าย มันหมายถึงผลลัพธ์มหาศาลจากการดูแลคนน้อยกว่า ในขณะที่หลายๆคนสมัครคนเข้ามาร่วมธุรกิจเครือข่ายแล้วเลิกทำไปแทบทั้งหมด

นี่คือความลับที่กำลังจะเข้ามาแก้ปัญหาให้กับ คุณคนเดียว!!

แล้วคุณกำลังรออะไร? ในขณะที่คนที่มีระบบแบบนี้ในมือ เขากำลังถือการตลาดที่ไม่มีทั้งเอเชีย นี่เป็นครั้งแรกที่สมบูรณ์ที่สุด

กำลังจะถูกเปิดเผยที่นี่

www.secretbizz.com

พลวัต ปานคำ
MLM School Consultant

วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552

บทความที่ 14 การสร้างรายชื่อด้วยการตลาดดึงดูด สำหรับธุรกิจเครือข่ายเวิร์คจริงเหรอ?

หลายคนอาจจะมีคำถามนี้ มาพิสูจน์กัน นะครับ









ภาพที่เห็นเป็นคนที่สนในธุรกิจตัวหนึ่งที่ผมทำ เป็นสถิติวันต่อวัน

ผมอยากให้ลองพิจารณานะครับว่า ถ้าคุณมีคนสนใจธุรกิจวันละ 20-40 คน มันจะเกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจคุณ คุณไม่เจอทางตันทางธุรกิจแน่ๆ ครับ

พลวัต ปานคำ
MLM School Consultant

วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2552

บทความที่ 13 เรื่องเล่าของการตลาดแบบดึงดูด "โรงเรียนสอนการดูเพชร"


ภาพของการตลาดแบบดึงดูดที่ชัดเจนที่สุด ผมอยากเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ โรงเรียนสอนการดูเพชร

มีบริษัทขายเพชรบริษัทหนึ่งทีอเมริกา เปิดร้านขายเพชรมานานหลายปี แต่เป็นเรื่องธรรมดาที่ ไม่ค่อยมีคนเข้าร้านเยอะ บางวันแทบจะไม่มีคนเข้าร้านซะด้วยซ้ำไป  ในร้านมีพนักงานประมาณ 4-5 คน คนเหล่านี้เก่งเรื่องการดูเพชรอยู่แล้ว เพราะนอกจากคลุกคลีอยู่กับเพชร ยังเรียนรู้การดูเพชรแบบสากลเป็นอยู่แล้ว

การที่ไม่ค่อยมีคนเข้าร้านก็เลยพนักงานก็นั่งตบยุงกันทั้งวัน เกิดอาการเบื่อ เลยมาปรึกษากันว่า "จะทำไงดี ไม่มีอะไรทำ นั่งตบยุงทั้งวัน มันน่าเบื่อ" เลยมีคนเสนอไอเดียแปลกๆ ขึ้นมาว่า "เอาอย่างนี้ดีกว่าไหม ในเมื่อทุกคนก็เก่งการดูเพชร เรามาเปิดสอนให้คนดูเพชรเล่นดีกว่า จะได้ทำอะไรแก้เซ็ง" ทุกคนก็เห็นด้วย เลยไปปิดประกาศด้านหน้าทางเข้าร้านว่า " โรงเรียนสอนการดูเพชร ถ้าคุณกำลังจะซื้อเพชร กลัวไหม...เพชรที่ได้มันเพชรจริงหรือเปล่า เพชรรัสเซียถ้าดูไม่เป็นคนโดนหลอกมาเยอะ  เพชรแท้เป็นอย่างไร เพชรน้ำหนึ่งเป็นอย่างไง ที่สำคัญเราสอนให้ฟรี"

วันแรกเกินคาดมีคนเข้ามาเรียนเกือบ 40 คน เปิดห้องเล็กๆหลังร้าน เวลาจะเข้าไปเรียนก็ต้องเดินอ้อมหน้าร้านไปที่หลังร้าน

ทั้ง 4-5 คน ได้รับการโปรโมตเป็นอาจารย์สอนการดูเพชรกันทุกคน และสอนให้เต็มที่ ทุกคนที่มาเรียนก็ตั้งใจเต็มที่ เพราะเพชรมันราคาแพงจะซื้อทั้งทีก็กลัวโดนหลอก เพชรจริง เพชรปลอม เพชรรัสเซีย เพชรน้ำหนึ่งเป็นอย่างไง ทุกคนเริ่มรู้วิธีการดู และพอใจมากที่ได้มีโอกาสเข้าใจ

ก่อนจบงานในวันนั้น หลายคนก็เลยถามขึ้นมา
 "อาจารย์ตอนที่เราจะเดินเข้ามาในร้าน เห็นร้านเพชรด้านหน้า นั่นร้านอาจารย์หรือเปล่า"
 "อ้อ...ใช่ร้านอาจารย์เอง"
"เราเห็นเพชรวางเต็มหมดเลย อาจารย์เราอยากได้เพชร ขายให้ไหม"
"อืม...ถ้าใครอยากได้อาจารย์ก็ขายให้ และในนั้นเป็นเพชรน้ำหนึ่งซึ่งอาจาย์เลือกมากับมือ"

วันนั้นแทบทั้ง 40 คนซื้อเพชรติดไม้ติดมือกันทุกคนเลย  บางคนยกล็อตไปเลยก็มี ขายเพชรวันนั้นทั้งวันยังมากกว่าขายทั้งปีที่ผ่านมาด้วยซ้ำไป....

การตลาดดึงดูด ไม่ใช่การตลาดที่ มาโฆษณา เพชรฉันดีที่สุด เพชรฉันสุดยอด ธุรกิจฉันดีที่สุด ดีกว่าของเธอซะอีก

การตลาดดึงดูด มันคือ การให้ความรู้ ความเข้าใจกับคน แก้ปัญหาให้คน โดยไม่หวังว่าใครจะต้องการเพชรในมือหรือไม่

แต่สิ่งที่คนตอบแทนคือ ความเชื่อมั่น ความมั่นใจ

ถ้าวันนั้น ผมไม่ต้องการเพชร ผมก็คงไม่มาเรียน

ถ้าผมจะซื้อเพชรข้างนอกล่ะ  ไม่เอาดีกว่า.. ซื้อกับอาจารย์มั่นใจกว่า ในเมื่ออาจารย์ก็มี และอาจารย์เลือกมากับมือ ทำไมต้องดิ้นรนไปห้าซื้อร้านข้างนอก.....

เข้าใจภาพมากขึ้นใช่ไหมครับ จงนำความรู้ไปใช้กับธุรกิจของคุณ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอะไรก็ตาม

และจงยินดี ถ้าคุณได้เป็นอาจารย์สอนคนดูเพชร!!


พลวัต ปานคำ
MLM School Consultant

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2552

บทความที่ 12 ทำธุรกิจเครือข่าย ควรโฟกัส อะไร?

นี่คือสิ่งที่นักธุรกิจเครือข่าย 99% ที่ล้มเหลวในทุกวันนี้ไม่เข้าใจ หรือ บางคนรู้แต่ไม่ใส่ใจ นั่นคือคำว่า "โมเมนตัม"

โมเมนตัม มันคือ อะไร?

โมเมนตัม สำคัญ อย่างไร?

" ทุกธุรกิจเครือข่าย ถ้าคุณไม่มีโมเมนตัม คุณรอวัน เจ๊ง!! ได้เลยครับ ผมรับประกัน 99.99% "


คุณเห็นที่โยกนำบาดาลในภาพไหมครับ สมมติว่าคุณโยกน้ำครั้งที่ 1-2-3-5-10-20 นำก็ยังไม่ไหลแต่พอคุณโยกครั้งที่ 21 น้ำไหล 22 ก็ไหล 23-24-25 ก็ไหลตลอดเลย การที่น้ำไหลเขาเรียกว่าเกิดโมเมนตัม คุณจะใส่แรงใส่โน่นใส่นี่เข้าไปก็ได้ผลประโยชน์ออกมาทุกที

แต่การโยกน้ำครั้งที่ 1-20 โดยที่ไม่มีน้ำไหล เขาเรียกว่า การสร้างโมเมนตัม หมายถึงการที่คุณทำงานใส่แรง ใส่โน่นใส่นี่เข้าไปโดยที่ไม่ได้ผลประโยชน์อะไรออกมาเลย แต่คุณต้องสม่ำเสมอเพราะคุณรู้ว่าถึงจุดหนึ่ง เมื่อเกิดโมเมนตัมแล้วผลประโยชน์มันจะเริ่มมา

ธุรกิจก็เหมือนกันครับ ช่วงแรกที่ไม่เกิดโมเมนตัม คุณต้องป้อนน้ำป้อนข้าวให้ธุรกิจมันเกิดโมเมนตัม เหมือนเด็กที่เกิดใหม่ ถ้าคุณไม่ป้อนน้ำป้อนนมป้อนข้าวเด็กก็คงไม่โต คุณจะหวังแต่ว่าเด็กที่เพิ่งคลอดเมื่อไหร่จะได้เงินจากเด็กเอามาให้สักที ตราบใดก็ตามที่เด็กยังไม่โตไม่มีทางได้หรอกครับ

จุดที่เป็นจุดอันตรายของคนทำธุรกิจเครือข่ายก็คือ ทำงานสร้างโมเมนตัมได้สักพัก แล้วยังไม่เห็นผลอะไร เหมือนคนโยกน้ำไปแค่ 4-5 ครั้งแล้วไม่ได้น้ำไปใช้ก็ล้มเลิกกลางคัน สุดท้ายก็หนีไม่พ้นคำว่าเจ๊ง...อย่างเดียว แต่ผมก็เห็นใจเพราะบางคนการสร้างโมเมนตัมมันแสนยากเข็ญมาก...เพราะอะไรอ่านต่อไป

ถ้า..โมเมนตัมเกิดหมายความว่า กำไร ผลตอบแทน เงินคืน จุดคุ้มทุนมันจะเริ่มมา คุณจะเริ่มเห็นลู่ทางสำเร็จในธุรกิจ ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจเครือข่ายบริษัทไหน ค่ายไหน คุณก็มีโอกาสสำเร็จสูง ถ้าคุณสร้างโมเมนตัมได้ แต่ถ้าคุณไม่มีโมเมนตัม โอกาสสำเร็จในธุรกิจเครือข่ายเหมือนการถูกล๊อตเตอรี่ มันยากมาก และนี่คือเหตุผลที่ทำไมนักธุรกิจ 99% ถึงล้มเหลว เพราะไม่ยอมโฟกัส โมเมนตัม

สิ่งที่นักการตลาดเครือข่ายส่วนใหญ่เขาโฟกัสกันคืออะไร?
-เอาล่ะ...ต้องรักษายอดอีกแล้ว
-เอาล่ะ...ต้องเสียเงินเพิ่ม
-เอาล่ะ...ต้องเสียโน่นจ่ายนี่

ไม่มีใครพูดเลยว่า "ถ้าคุณอยากสำเร็จคุณต้องโฟกัสโมเมนตัมนะ "

รู้ไหมครับ โมเมนตัม มันแล้วแต่ละวิธีในการทำธุรกิจเครือข่าย ส่วนใหญ่ในธุรกิจเครือข่ายการสร้างโมเมนตัมก็ยากแสนยาก เช่น
- คุณต้องไปนำเสนอสินค้าให้ได้วันละ 10 คนอย่างน้อย สัก 3 เดือน คุณจะเริ่มเกิดโมเมนตัม
- คุณต้องไปแจกใบปลิวให้ได้วันละ 3000 ใบต่อเนื่องสัก 3 เดือน จะเริ่มเกิดโมเมนตัม
- คุณจะต้องแจกซีดีให้กับคนสนใจวันละ 20 แผ่นต่อเนื่องสัก 3 เดือน จะเริ่มเกิดโมเมนตัม
- อื่นๆ

ดังนั้น คำแนะนำจากผม คือ ถ้าคุณจะเลือกทำธุรกิจเครือข่าย ถามคนแนะนำเลยว่า การสร้างโมเมนตัมสำหรับธุรกิจของคุณต้องทำอย่างไร ถ้าคนที่แนะนำไม่รู้ ผมแนะนำว่า อย่าไปสมัครกับเขาเด็ดขาด คุณเข้าไปร่วม อย่างเดียวคือ เจ๊งแน่ๆ

ในการเลือกธุรกิจเครือข่ายที่จะทำนั้น ผมแนะนำให้เลือกธุรกิจเครือข่ายที่การสร้างโมเมนตัมง่ายกว่า และเป็นการทำงานแบบที่คุณชอบ แต่ดูให้ชัดนะครับว่าที่เขาบอกมันใช่การทำงานที่เราเผชิญอยู่ไหมหรือเขาแค่ยกแม่น้ำทั้งห้า .



พลวัต ปานคำ
MLM School Consultant

วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

บทความที่ 11 Attraction Marketing การตลาดเครือข่ายที่ไม่แคร์ ชื่อบริษัท

บางคนเห็นหัวข้อนี้อาจจะแย้งว่า ไม่แคร์บริษัทแล้วจะทำการตลาดไปได้ยังไง ยังงี้มันจะสำเร็จไหม มาดูกันนะครับ
เอาง่ายๆเลยนะครับ ถ้าได้อ่านบทความมาตั้งแต่บทความที่ 1 ถึง 10 จะเห็นเลยว่า การตลาดแบบดึงดูด Attractin Marketing จะเป็นการโปรโมตความเป็นมืออาชีพของเราให้คนที่สนใจธุรกิจเห็น และเขาจะเข้าร่วมเมื่อเห็นว่าเราพาเขาสำเร็จแน่ๆ เห็นไหมครับว่าเขาไม่ได้เลือกที่บริษัทแล้วแต่เขาเลือกที่ตัวเรา
มองดูการทำเครือข่ายทุกวันนี้สิครับ พยายามโปรโมตบริษัทอย่างเดียว คนก็จะรู้จักแต่ชื่อบริษัท ใครได้ละครับ ก็บริษัทไงครับได้รับการกล่าวขาน ถามหน่อยมีกี่คนที่ยังไม่เคยทำบริษัทนั้นๆ รู้จักคนมีรายได้หลักล้านในบริษัทนั้นแล้ว หายากมาก บางคนทำเครือข่ายบริษัทที่มีคนรายได้ 7 หลักยังไม่รู้จักชื่อที่ร่ำรวยกับบริษัทนั้นเลย ยิ่งคนที่มีรายได้6หลักลงมาแทบบอกได้เลยว่า ไม่รู้จัก มันคือความล้มเหลวของการทำเครือข่ายสิ้นเชิง เพราะอะไรค่อยมาดูกัน
ฟังนะครับ ถ้าคุณไม่เข้าใจ ผมอยากให้ลองมองบริษัทเครือข่ายหรือบริษัทโดยทั่วไป ถ้าเขามีกำไรเขาก็ทำธุรกิจต่อไปได้ แต่ถ้าอยู่มาวันหนึ่งเกิดขาดทุน หรือเจอมรสุมทางธุรกิจอะไรก็ตาม และเจ้าของมองเห็นว่า การเดินต่อมีแต่เสียกับเสีย มันมีโอกาสที่จะปิดตัวไหมครับ ขนาดบริษัทรถยักษ์ใหญ่ในอเมริกายังเข้าสู่ขั้นตอนการล้มละลายมาแล้วนะครับ ประสาอะไรกับบริษัทเครือข่าย
แล้วเกิดอะไรขึ้นกับบริษัทเครือข่ายที่กำลังจะล้ม อาจจะไม่ใช่เพราะผู้จำหน่าย แต่อาจจะมาหลายปัจจัย เช่นการฟ้องร้อง การดำเนินนโยบายผิดพลาดขาดทุนมหาศาล ภาวะการตลาดฝืดเคือง ภัยพิบัติที่เกิดกับบริษัท หมายความว่าอย่างไร ถ้าคุณไม่ได้แบรนด์ตัวเองเพียงพอ ไม่มีรายชื่อคนสนใจเพียงพอ คุณไม่ได้เป็นผู้นำเพียงพอ หมายถึงการต้องเริ่มต้นใหม่ สร้างรากฐานใหม่ที่อีกนานกว่าจะกลับมาเหมือนเดิม ดังนั้นคนทำเครือข่ายที่รายได้สูงๆ เขาจะไม่เป็นอันกินอันนอนกันทีเดียว ถ้าบริษัทร่อแร่ เพราะมันหมายถึงเขาต้องหมดความสะดวกสะบาย รายได้มหาศาลที่ลดลง และต้องไปเริ่มสร้างองค์กรใหม่อาจจะมีคนติดตามบ้างแต่ก็ไม่ได้มากเฉพาะคนที่คุณดึงดูดเขาได้เท่านั้น และทุกบริษัทมันก็มีโอกาสไม่ว่า คุณจะบอกว่าบริษัทคุณมั่นคงแค่ไหนก็ตาม และผลกระทบมันก็จะรุนแรงกับคนที่มีความเป็นผู้นำน้อยกว่า หรือคนมั่นใจในตัวเขาที่น้อยกว่า
สำหรับการตลาดดึงดูด Attraction Marketing ทุกคนเข้าร่วมกับคุณเพราะความมั่นใจในตัวคุณ และมีระบบสนับสนุกการทำงานที่ง่าย อย่าลืมแม้บริษัทมันจะล้มไป แต่คนเขาเห็นคุณ เห็นระบบสนับสนุนของคุณ รู้ว่าคุณคือคนที่เขาต้องการ ทำไมเขาจะไม่ไปร่วมด้วย และคุณมีคนในระบบที่สนใจธุรกิจที่คุณจะโปรโมตอะไรไปก็ได้อีก นั่นหมายถึงคุณก็สามารถเอาคืนได้กับเครือข่ายที่ล้ม ในระยะเวลารวดเร็วกว่า
แต่อย่างไรก็ตามการได้เลือกบริษัทที่ดี และมั่นคงกว่าก็น่าจะเป็นอะไรที่มั่นคงกว่า แต่อย่าลืม พิจารณาโอกาสสำเร็จด้วยนะครับ (บทความที่ 10)


พลวัต ปานคำ
MLM School Consultant

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

บทความที่ 10 MLM School แนะนำวิธีการเลือกเครือข่ายยังไงให้มั่งคั่ง


หลายคนเริ่มเข้าใจการตลาดแบบดึงดูดพอสมควรแล้วนะครับ คราวนี้วิธีในการเลือกเครือข่ายอย่างไรให้ร่ำรวยกันบ้าง หรืออย่างแย่สุดเลือกเครือข่ายยังไงให้สำเร็จได้บ้างไม่ใช่มีแต่เจ๊งกับเจ๊งเหมือนที่เคยเป็นกัน ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เจ๊งกับเจ๊งมาตลอด 12 ปีที่ทำมา จนผมมาหูตาสว่างอะไรบางอย่างเมื่อต้นปี 52 นี่เองครับ (คนสำเร็จกับเครือข่ายหมายถึงคนที่มีรายได้อย่างน้อย 5 แสนบาทต่อเดือนขึ้นไปนะครับ)

ถ้าจะเลือกธุรกิจเครือข่ายเราต้องมองอะไรมาก่อนมาหลัง บางคนทำเครือข่ายมาเป็นสิบๆปียังเลือกเครือข่ายไม่เป็น ก็ยังล้มเหลวอยู่นั่นละไม่สำเร็จสักที หรือบางคนสำเร็จระดับสูงมาก สุดท้ายก็ต้องมานับศูนย์ใหม่ในไม่กี่ปีเพราะบริษัทและสายงานล้มไป ก็ยังไม่เข้าใจการเลือกเครือข่ายอยู่ดี ถ้าไม่เข้าใจท่านอาจจะหมุนวนมานับศูนย์เรื่อยๆ หรือท่านอาจจะล้มเหลวตลอดไป!!!

1. เลือกที่วิธีทำธุรกิจ วิธีทำการตลาดก่อนเลยครับ
2. -เมื่อเห็นวิธีทำธุรกิจแล้ว ถ้าอยากมั่งคั่งต้องมองโอกาสเติบโต
-แผนการตลาดเอื้อแค่ไหน
-มองที่ผลิตภัณฑ์
-มองที่ความมั่นคง

ข้อที่ 1 เลือกที่วิธีทำธุรกิจหรือวิธีทำการตลาด สำคัญมากที่สุด หลายคนที่ทำเครือข่ายติดหลุมพลางการล่อหลอกด้วยคนที่มีรายได้จำนวนมหาศาล มายืนเรียงกัน ใช้บรรยากาศของห้องกระตุ้นเร้า ใช้การชักแม่น้ำทั้ง5 ทำให้คล้อยตามและจิตนาการที่ฝันเฟื่องไปกันใหญ่ หลังจากนั้นไม่นานเมื่อออกจากห้องประชุมตัดสินใจสมัครและเริ่มสต๊อกสินค้าก็ถูกลอยแพทันที ไม่มีคนสอนงาน ไม่มีคนพาทำงาน สินค้าก็ขายไม่ได้ แนะนำใครก็ไม่สนใจ บางทีพาทำงานบ้างแต่ก็เป็นในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ เช่น สิ่งที่เขาสอนลิสต์รายชื่อคน 100 คนเพื่อโทรไปแนะนำสินค้า หรือไปแนะนำธุรกิจ พร้อมกับคำขู่ว่า " ถ้าไม่รีบโทรหาคนรู้จัก อาจจะมีคนรู้จักไปทำกับคนอื่น หรือซึ้อสินค้ากับคนอื่นนะ"

ดังนั้นการเลือกวิธีทำการตลาดเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด ดูก่อนอย่างแรกเครือข่ายที่ท่านจะทำเป็นเครือข่าย เซลล์แมนหรือเครือข่ายผู้บริโภค เครือข่ายเซลล์แมนคือ เครือข่ายที่ต้องมีการขายสินค้าเป็นหลักและใช้การขยายธุรกิจออกไป ข้อดีคืออาจจะมีรายได้จากการขายของ ข้อเสียคือ การจะได้รายได้ตามกฎเกณฑ์ของบริษัทต้องมียอดสูงกว่า แต่สำหรับเครือข่ายผู้บริโภค เน้นการขยายเครือข่ายผู้ใช้สินค้าอย่างเดียวไม่จำเป็นต้องขายของ ข้อดีคืดถ้าต้องการรายได้ตามเกณฑ์การรักษายอดไม่สูงมาก และถ้าสินค้าเป็นที่ต้องการก็อาจจะนำไปขายได้เหมือนกัน ถามตัวเองก่อนว่าท่านชอบเครือข่ายประเภทไหน
หลังจากนั้นเมื่อเข้าใจประเภทเครือข่ายแล้ว ดูต่อไปว่า คนที่มาแนะนำท่านเขาทำการตลาดอย่างไร ไม่ต้องสนใจสิ่งสวยหรูที่เขามาแนะนำ แม่น้ำทั้ง 5 สายที่ไหลมาบรรจบกันที่ปากเขาก็เหมือนกัน ท่านต้องการทำแบบเขาคนนั้นไหม เพราะถ้าท่านมัวแต่หลงกับแผนการจ่ายรายได้ จ่ายเงินเยอะที่สุดในจักรวาล แจกโน่นแจกนี่มากที่สุด มีคนหลักล้านมากที่สุด บริษัทยิ่งใหญ่ที่สุด ผลิตภัณฑ์ขายตัวเองได้ แต่ถ้าท่านสมัครใครร่วมเครือข่ายไม่ได้เลย มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยใช่ไหมครับ หรือท่านขายของไม่ออกสักชิ้น และกินเองจนหมด ท่านจะไม่เจ๊งหรือครับ เพราะถ้าท่านไม่ชอบวิธีทำการตลาดแบบนั้น สุดท้ายท่านก็จะแพ้ความอยากสบายของตัวเอง ไม่เอาแล้ววันนี้ขอนอนดีกว่า ดูทีวีดีกว่า เพราะท่านกำลังทำการตลาดแบบฝืนธรรมชาติของตัวเอง ผมอธิบายที่บทความที่ 7 แล้ว
ข้อ 2 เมื่อเข้าใจวิธีทำการตลาดแล้วผมย้ำนะครับ ต้องเข้าใจวิธีทำการตลาดก่อนว่าเราต้องการจริงๆเท่านั้นในส่วนของการทำการตลาดแบบนี้ หลังจากนั้นต้องเข้าใจ กราฟช่วงชีวิตของธุรกิจเครือข่าย ตามรูปที่เห็น ถ้าท่านไม่เข้าใจกราฟนี้อย่าคิดทำเครือข่ายเด็ดขาด ข่าวร้ายสำหรับบ้านเราคือ 99.99% ของนักธุรกิจเครือข่ายไม่เข้าใจกราฟนี้หรือเข้าใจก็เข้าใจไม่หมด ผมจะอธิบายให้ฟัง ล้างความเข้าใจเก่าคุณทิ้งก่อนนะครับ
-กราฟบอกอะไรเรา เมื่อเริ่มธุรกิจมีคนร่วมน้อยอยู่การเติบโตยังไม่ดีเท่าที่ควร ต้องใช้เวลาในการวอร์มตัวและสร้างผู้นำในธุรกิจเครือข่าย แต่เมื่อผ่านจุดที่ 1 ปรากฎว่ามีคนจำนวนมากเข้ามาร่วมและคนก็หลังไหลกันเข้ามาเรื่อยๆ 80% ของคนทำธุรกิจจะเข้าร่วมช่วงนี้ เมื่อผ่านจุดที่ 2 ธุรกิจเริ่มเป็นที่รู้จักจะหันซ้ายหันขวา หน้าหลังก็เจอคนที่เขาทำหมดแล้วหรือว่ารู้จักหมดแล้วช่วงนี้จะเป็นการรักษาระดับของธุรกิจ
-รู้ไหมว่าผมกำลังจะสื่ออะไร
สังเกตไหมครับว่าคนที่มีรายได้ 7 หลักเขาเริ่มธุรกิจเครือข่ายกันตอนไหน แทบจะทั้งหมดก็ตอนบริษัทเปิดตัวนั่นละครับ หมายความว่า ถ้าคุณต้องการรายได้มหาศาลคุณต้องเริ่มก่อนที่ธุรกิจจะถึงจุดที่ 1 ในกราฟ แล้วถ้าคุณไปเริ่มช่วงที่คน 80 % คนเข้ามาละครับ หมายถึงคุณอาจจะมีรายได้บ้างหรือเสียบ้างอยู่ที่ความสามารถและความขยัน รวมถึงเครื่องมือหรือระบบทำการตลาดที่มาช่วย ช่วงนี้มีการแข่งกันกันเองในเครือข่ายสูงมาก แต่การที่มั่งคั่งมีรายได้ 7 หลักยากมาก คุณต้องมีความสามารถพิเศษที่เหนือกว่าชาวบ้านมาก สำหรับคนที่เริ่มผ่านจุดที่ 2 ไปละ เมื่อผ่านจุดนี้ไปการทำธุรกิจสำหรับคนใหม่จะยากมากนะครับ ส่วนมากจะเข้ามาเป็นผู้บริโภค ไม่ค่อยมีรายได้กันเท่าไหร่ บางคนก็มีรายได้บ้างถ้ามีความพยายามมากกว่า แต่โอกาสที่จะร่ำรวยแทบจะไม่มีเลย คุณต้องเป็นยอดมนุษย์จริงๆ หรือคุณต้องสามารถสวนกระแสในความซบเซาได้

-สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือทุกบริษัทเครือข่าย ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว และไม่มีใครบอกว่าบริษัทตัวเองแย่หรอกครับ ถ้าจะชวนคนเข้าร่วม

-ไฮไลท์ตอนนี้ก็คือ คุณต้องรู้ให้ได้นะครับว่า ธุรกิจที่คุณจะเลือกกราฟธุรกิจอยู่ในช่วงไหน ถ้าคุณอยากมีรายได้มหาศาลแบบเร็วกว่า เพราะการเลือกผิดจุดนั่นคือโอกาสที่เหลือของคุณ บริษัทที่มีคนรายได้ 7 หลักจำนวนมากที่เขาพยายามนำเสนอ บริษัทที่เปิดมาตั้งนานในบ้านเรา มันกำลังบอกอะไรกับท่านเกียวกับโอกาสรำรวย น่าจะพอเข้าใจนะครับ และที่สำคัญคุณต้องมองไปที่บริษัทด้วยนะครับ มั่นคงแค่ไหน แผนการจ่ายเงิน และที่สำคัญผลิตภัณฑ์ ***ถามตัวเองก่อนนะครับว่า ผลิตภัณฑ์แบบนี้ ถ้าคุณไม่มีรายได้สักบาท คุณจะซื้อใช้ ซื้อกินไหมครับ ถ้าคำตอบคือไม่ คนอื่นเขาก็คงไม่ต่างจากคุณ นั่นหมายถึงธุรกิจเมื่อถึงจุดอิ่มตัว หันซ้ายขวา หน้าหลังก็มีคนทำแล้ว รับสมัครคนยากขึ้นหรือขายของยากขึ้น ถ้าคนไม่มีรายได้ เขาก็จะหยุดรักษายอด เมื่อเขาเห็นว่าผลิตภัณฑ์ไม่ได้จำเป็นกับชีวิต นั่นหมายถึงเครือข่ายที่จะล้มครือแบบโดมิโน่ มันก็จะล้มจะถึงโดมิโน่ตัวสุดท้ายละครับ และเริ่มไปนับศูนย์กันใหม่ หลายคนเข้าใจกราฟนี้แต่เข้าใจไม่หมด**ว่ากราฟนี้มันสือถึงผลิตภัณฑ์ด้วย ถ้าคุณต้องการธุรกิจสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน คุณต้องเข้าใจให้ชัดเจน ***ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของไม่จำเป็นการการดำเนินชีวิต เป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่น สุดท้ายเครือข่ายก็จะจบลงเมื่อถึงจุดอิ่มตัว สิ่งที่ท่านทุ่มเทก็จะจบไป ทีนี้เข้าใจหรือยังครับว่า ทำไมบางเครือข่ายดังๆก็ยังล้มไป
แล้วข้อดีของการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing จะมาช่วยอะไรได้ไหม

เพราะท่านทำการตลาดด้วยการแบรนด์ตัวท่านเองไม่ได้มาแบรนด์บริษัทเหมือนคนอื่นๆ คนเขารู้จักท่านในฐานะมืออาชีพที่เขาอยากร่วม ท่านมีระบบฐานข้อมูลคนที่ต้องการสำเร็จที่ท่านจะให้ข้อมูลอะไรกับเขาก็ได้ ท่านมีความสัมพันธ์กับเขาเพราะเขารู้จักท่านในฐานะคนรู้จัก และมืออาชีพทางด้านเครือข่าย ถ้าธุรกิจมันแย่ที่สุดคือ เครือข่ายล้ม แต่การตลาดแบบดึงดูด เครือข่ายที่หายไปท่านสามารถเอาคืนในระยะเวลาอันรวดเร็วมากกับบริษัทใหม่ๆ เพราะคนจะติดสอยห้อยตามคนที่เขามั่นใจด้วยเสมอ

-แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดท่านมีระบบที่ยอดเยี่ยมแล้ว ท่านควรเลือกบริษัทที่ยอดเยี่ยมทั้งโอกาสมั่งคั่งแผน ผลิตภัณฑ์(ถามตัวเองว่า ถ้าท่านไม่มีรายได้สักบาทกับบริษัทนี้ ท่านจะยังซื้อกินซื้อใช้ไหม) และความมั่นคง


พลวัต ปานคำ
MLM School Consultant








วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

บทความที่ 9 การตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing สิ่งที่ copy ยากมากในการตลาดรูปแบบเดิมๆ


เราเคยสังเกต ไหมครับว่า คนที่เขามีรายได้มหาศาลกับเครือข่ายทำไมเวลาเขาจะรับสมัครใครเข้ามาร่วมมันง่ายจัง ทั้งที่เราพยายามก็เหมือนเขาอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำไป ก็ยังไม่ได้ผลลัพธ์เหมือนคนนั้น

มีนิทานคนทำเครือข่ายมาเล่าให้ฟัง มีธุรกิจเครือข่ายตัวหนึ่ง นายเพชรเม็ดงาม เป็นคนที่เริ่มทำธุรกิจนั้นตั้งแต่แรกในประเทศไทย และเมื่อเวลาผ่านไปหลายปีจากองค์กรธุรกิจเครือข่ายเล็กๆ กลายเป็นองค์กรใหญ่โต นายเพชรเม็ดงาม กลายเป็นคนที่มีรายได้มหาศาล 7-8 หลักทุกเดือน เนื่องจากได้ผลลัพธ์กับองค์กรที่ใหญ่โตขึ้น นายเพชรเม็ดงาม ได้รับเชิญเป็นวิทยากรพิเศษ ในงานประชุมของบริษัทที่จัดตามโรงแรมต่างๆบ่อยๆ ในฐานะผู้ที่สำเร็จกับเครือข่ายและมีรายได้มหาศาล ทุกคนต่างก็ชื่นชมในความสามารถ ชื่อของนายเพชรเม็ดงาม เป็นที่กล่าวขาน ทั้งในห้องประชุมและทางเน็ต เป็นคนที่หลายๆคนอย่างเอาอย่าง

วันนั้นให้ห้องประชุม นางปลื้มใจ ซึ่งเป็นผู้มุ่งหวังของผู้ทำธุรกิจท่านหนึ่งที่อยู่ลำดับลึกมาก ในองค์กรของนายเพชรเม็ดงาม ได้ประทับใจในตัวของนายเพชรเม็ดงามอย่างมาก ด้วยการที่นางปลื้มใจเป็นคนมั่นใจในตัวเองสูงนางปลื้มใจ และมองเห็นว่าถ้าร่วมเครือข่ายกับคนที่เขาแนะนำเข้ามาชมวันนี้คงมีโอกาสสำเร็จน้อย และจะดีมากถ้าได้ร่วมกับนายเพชรเม็ดงาม นางปลื้มใจเลยตัดสินใจที่จะไม่ร่วมกับนักธุรกิจท่านนั้น แล้วเริ่มต้นหาข้อมูลชื่อ เบอร์โทรของนายเพชรเม็ดงามทันที ในอินเตอร์เน็ต และได้เบอร์โทรสมใจ ตัดสินใจโทรหาและบอกว่าอยากเข้าร่วมกับนายเพชรเม็ดงาม เนื่องจากไม่รู้มาก่อนว่านางปลื้มใจ เคยเป็นผู้มุ่งหวังของทีมงานตัวเอง และเห็นว่านางปลื้มใจมีคุณสมบัติที่ดีหลายอย่าง นายเพชรเม็ดงามเลยตัดสินใจรับสมัครติดตัวเองทันที นางปลื้มใจดีใจมากที่ได้ร่วมกับคนที่มีรายได้มหาศาลอย่างนี้

เมื่อเริ่มเรียนรู้งานจากนายเพชรเม็ดงาม นางปลื้มใจได้แปลกในเล็กน้อยเมื่อพบว่านายเพชรเม็ดงามก็ไม่ได้สอนอะไรพิเศษมากไปกว่า ที่คนแนะนำท่านเดิมแนะนำ สิ่งที่นางปลื้มใจได้เห็นมากขึ้นพบว่าบางทีเมื่อขอความช่วยเหลืออะไรก็ตาม นายเพชรเม็ดงามจะไม่ค่อยตอบสนองเท่าไหร่ "หรือเพราะเขามีตำแหน่งใหญ่โต เลยติดธุระค่อนข้างบ่อย" นางปลื้มใจพูดกับตัวเอง นางปลื้มใจตัดสินใจไปหาที่บ้านอันหรูหราของนายเพชรเม็ดงาม ก็เลยแปลกใจไปใหญ่ "โอ้ว นายเพชรเม็ดงาม กำลังตีกอล์ฟ สบายใจเฉิม มีสาวสวยพริตตี้ประกบ 2 คน" นางปลื้มใจตัดสินใจเดินเข้าไปทัก และพยายามคุยปัญหาที่เธอเจออยู่ มีคนสนใจธุรกิจและต้องการให้นายเพชรเม็ดงาม ช่วยเหลือเธอด่วน ไม่งั้นเดือนนี้เธอจะไม่มีเงินรักษายอดและรายได้ไม่เกิดแน่ๆ นายเพชรเม็ดงามบอกว่า ให้เธอกลับไปก่อนเดี๋ยวจะติดต่อกลับไป เธอกลับออกมาจากบ้านนายเพชรเม็ดงาม และรู้สึกว่าเสียใจนิดๆ หลังจากนั้นนายเพชรเม็ดงามก็ไม่ติดต่อหาเธอตามที่บอก

เมื่อถึงช่วงงานเปิดโอกาสทางธุรกิจ นางปลื้มใจได้ชวนคนเข้าในงานประชุมได้ 3 ท่านที่แสนจะลำบากในการชวนเพราะชวนมาเป็น 20 กว่าคนแต่มาแค่ 3 คน แต่เธอก็ดีใจที่มีคนมาได้ ทั้ง 3 คน มี 2 คนเป็นนักศึกษาที่อยากหารายได้เพิ่ม และอีกคนเป็นพนักงานประจำที่อยากออกจากงานเพราะอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หลังจากได้ฟังงานประชุมจนจบ ทุกคนก็ทะยอยกันกลับ 3 คนที่ร่วมประชุมไม่มีใครสมัครกับเธอเลย นักศึกษาทั้ง 2 คนบอกว่าไม่มีเงินค่าสมัคร ส่วนอีกคนบอกว่ายังไม่พร้อมตอนนี้

หลังจากนั้น 1 เดือนผ่านไป นายเพชรเม็ดงามได้จัดงานเลี้ยงยินดีให้กับสมาชิกในทีมที่ได้ขึ้นตำแหน่งใหม่ๆ ได้เชิญคนที่เป็นต้นๆสายของธุรกิจเข้ามาในงานเลี้ยง และทีมงานติดตัวเองเข้ามาในงานด้วย นางปลื้มใจก็ได้รับเชิญ และเธอแปลกใจมาก คนที่เธอเคยชวนเข้าอบรมที่โรงแรมก่อนหน้าก็มาด้วย และได้ถามคนที่เป็นไซด์ไลน์ที่มางานด้วยกัน เขาบอกว่า "อ้อเป็นทีมงานใหม่ของพี่เพชรเม็ดงามเขา"....

**เป็นแค่เรื่องสมมติ ไม่เกี่ยวกับ บุคคล สถานที่หรือ อะไรก็ตามนะครับ

นิทานเรื่องนี้บอกอะไรกับเราบ้าง
-คนที่มีรายได้มหาศาลกับเครือข่าย เขาอยู่ในการตลาดดึงดูด(รายได้)ที่ใครๆ ก็อยากเข้าร่วมเพราะมั่นใจว่าเขาจะพาสำเร็จแน่ๆ
-ข่าวไม่สู้จะดีคือ คนที่เขามีรายได้มหาศาลเหล่านั้นแทบทุกคนไม่มีระบบที่เอื้อให้ทุกคนสำเร็จ
-ข่าวร้ายคือ คนเหล่านั้นเขาไม่เข้าใจด้วยซ้ำไปว่าเขาอยู่ในการตลาดดึงดูดที่ใครๆก็อยากเข้าร่วมกับเขา
-ข่าวร้ายกว่า คนเหล่านั้นไม่สามารถที่จะสอนทีมงานให้เข้าใจการตลาดดึงดูดและเป็นแบบเขาได้
-ข่าวร้ายยิ่งกว่า ธรรมชาติของคน ยิ่งร่ำรวยขึ้น คนจะยิ่งเหนื่อยง่ายขึ้น ทำงานหนักได้น้อยลง ความพยายามลดลง
-ข่าวร้ายที่สุด เขาจะสอนให้คุณทำสิ่งที่เขาอยากให้คุณทำและเขาไม่เคยทำ และผลักไสให้พยายามในสิ่งที่คุณไม่ชอบมากที่สุด
-จงอย่าแค่มองเครือข่าย แค่เพราะหลงในบางอย่างที่สวยงาม แผนง่ายที่สุดในโลก จ่ายมากที่สุดในจักรวาล บริษัทสุดยอดเบอร์หนึ่ง แจกโน่นแจกนี่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา มีคนมีรายได้มหาศาลมากที่สุดในโลก ถามตัวเองก่อน คนมาแนะนำเขาทำการตลาดอย่างไร เราอยากทำอย่างนั้นไหม ถ้าอยากทำงานแบบนั้นเยี่ยมเลยคุณกำลังพบทางสว่าง ถ้าไม่ ให้รีบถอยออกมา เพราะถ้าคุณเข้าไปคุณก็จะเจอการทำตลาดที่ฝืนความรู้สึกตัวเองทันที สุดท้ายก็จะล้มเหลว

การตลาดดึงดูดคือการตลาดรูปแบบเดียวกับคนที่เขามีรายได้มหาศาลเป็นอยู่ ณ ขณะนี้ แต่เขาไม่รู้ตัวเอง นั่นหมายถึงท่านกำลังได้รู้วิธีการดึงดูดคนให้เข้ามาร่วมกับท่านเหมือนกับคนที่เขามีรายได้มหาศาล เหตุผลเพราะคนอยากร่วมเครือข่ายกับคนที่มั่นใจว่าพาเขาสำเร็จแน่ๆ แล้วทำไมคนที่ทำการตลาดแบบนี้จะไม่สำเร็จล่ะ

พลวัต ปานคำ
MLM School Consultant

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

บทความที่ 8 การคัดเลือกคนที่จะเข้าร่วมเครือข่ายในระบบการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing


ท่านทราบแล้วว่าหัวใจของการตลาดเครือข่ายแบบดึงดูด Attraction Marketing คือ การสร้างความเชื่อมั่นในตัวเรากับคนที่สนใจ เมื่อคนเห็นความเป็นมืออาชีพของเรา และเขาเห็นว่าเราสามารถพาเขาสำเร็จได้ เราก็อยากจะร่วมกับเรา หน้าที่ของเราคือ การคัดเลือกว่าใครบ้างที่เราต้องการให้ร่วม!!!

เราสามารถทำอะไรบางอย่างก่อนคัดเลือกได้ก็คือ เราสามารถให้ข้อมูลการทำธุรกิจเครือข่ายอย่างไรให้สำเร็จ เขาควรทำงานอย่างไร ระบบเป็นแบบไหนบ้างที่จะเอื้อให้สำเร็จจริงๆ แบบเข้มข้น และเปิดโอกาสให้คนที่เขาต้องการร่วมกับเรา ได้แสดงว่าเขาต้องการเข้าร่วมกับเรา หน้าที่ของเราคือ การเลือกคนที่เราต้องการให้ร่วม การคัดเลือกคนเข้าร่วมเครือข่ายกับเรานั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการเลือกแฟน นั่นคือเราอาจจะต้องดูหลายๆคุณสมบัติเช่น เขาตั้งใจแค่ไหนที่จะเข้าร่วม เพราะบางคนแค่แวะเข้ามาดูเพื่อจะได้รู้อะไรบางอย่างที่เราทำอยู่ หรือ บางคนอาจจะแค่อยากจะรู้แต่ไม่ต้องการร่วมกับเราจริงๆ เขาเข้าใจการตลาดแบบที่เราทำแค่ไหน เขามั่นใจได้อย่างไรว่าระบบทำงานแบบนี้มันจะเอื้อให้สำเร็จ ทรรศนคติเขาเป็นอย่างไรบ้าง มีทักษะตรงตามที่เราต้องการไหม และเรื่องความพร้อมด้านการลงทุน

บริบทของเราในการคัดคน ไม่ต่างอะไรจากการคัดเลือกคนเข้ามาทำงานในบริษัท นั่นคือเราต้องชัดเจนกับตัวเองก่อนว่าเราเป็นคนเลือกเขา ไม่ใช่ให้เขามาเลือกเรา ถ้าคิดว่าสิ่งที่คุยกำลังเป็นลักษณะการโน้มน้าวหยุดคิดสักนิดเพราะท่านกำลังพยายามง้อคนที่ท่านสัมภาษณ์อยู่ พยายามชักจูงอยู่ เมื่อคนเขามองว่าตัวเขาเองสามารถเลือกหรือไม่เลือกเราก็ได้ เขาจะเป็นคนถือไพ่ที่เหนือกว่าทันที นั่นหมายถึงการล้มเหลวในการสัมภาษณ์อย่างสิ้นเชิง อย่าลืมนะครับ การสัมภาษณ์คือการคัดคนที่ใช่ เพื่ออนุญาติให้เข้าร่วมกับเราหรือไม่ ถ้าเขาถือไพ่เหนือกว่านั่นคือท่านไม่มีสิทธิ์คัดคนได้เลย สิ่งที่อยากแนะนำสำหรับท่านที่ทำการตลาดดึงดูด ท่านต้องแฝงการตลาดแบบปฎิเสธคนในนั้นด้วย หมายถึงคนที่ไม่มีคุณสมบัติที่จะรับเข้าร่วม ท่านต้องปฎิเสธทันทีอย่าเสียดาย เพราะการรับคนเหล่านี้เข้ามานั่นคือ การได้คนที่ไม่ใช่มาร่วมธุรกิจและโอกาสที่จะล้มเหลวสูง แม้ว่าการทำงานจะง่ายเท่าใดก็ตาม และตัวท่านจะเสียเวลาในการดูแลคนเหล่านี้มากผิดปกติ

เมื่อเข้าสู่สถานการณ์การทำงานแบบนี้ มีคนมาขอสัมภาษณ์เพื่อจะเข้าร่วมธุรกิจกับท่านสม่ำเสมอ ตัวท่ายเองเพียงแค่คัดเอาคนที่ใช่ ตัวท่านเองจะเข้าสู่การตลาดดึงดูดแบบเต็มตัวแล้ว แต่การที่ท่านเองจะทำการตลาดแบบนี้ให้สมบูรณ์แบบ ท่านต้องมีระบบการทำการตลาดที่เอื้อจริงๆ และคนเขารู้จักท่านเท่านั้นในฐานะคนที่จะพาเขาสำเร็จ และท่านต้องเป็นอย่างนั้นจริงๆ ถ้าเทียบการตลาดดึงดูดว่าเหมือนคนที่หน้าตาดี อาจจะมีคนมาให้คัดเลือกเป็นแฟนเยอะ แต่ถ้าเขารู้ว่าท่านดีแค่หน้าตาแต่นิสัยแย่ คงจะคบกันได้ไม่นาน เหมือนในการทำธุรกิจที่ท่านต้องเป็นอย่างที่คุยจริงๆ ท่านต้องทำอย่างที่พูด และต้องมีระบบสนับสนุนการทำงานเหมือนที่ท่านบอกเขาจริงๆ

เมื่อท่านตัดสินใจที่จะรับเขาเข้าร่วม ท่านต้องเข้าใจธรรมชาติของคนคือ สิ่งที่คนมองหาอย่างหนึ่งในการพูดคุยคือ เขาจะได้อะไรบ้างเมื่อร่วมกับเรา และเขาจะสูญเสียอะไรถ้าเขาไม่ได้ร่วม ในลักษณะไม่ใช่การชักจูง เป็นรายละเอียดสำคัญที่ต้องเพิ่มเติม ให้กับเขาทราบ

มองเห็นใช่ไหมครับว่าการตลาดดึงดูดมีข้อแตกต่างในการที่จะได้คนเข้ามาร่วมแบบสิ้นเชิง ทำให้ท่านได้คนมีคุณภาพเข้ามาร่วม นั่นหมายถึงโอกาสคนที่เข้าร่วมสำเร็จสูงมากอาจจะถึง 90% ซึ่งปกติคนทำเครือข่ายทั่วไปสำเร็จแค่ 0.01% การทำการตลาดดึงดูด Attraction Marketing จะเป็นมุมมองใหม่ในการทำเครือข่ายในอนาคต เพราะทุกวันนี้คนทำเครือข่ายถูกมองในแง่ลบตลอดเพราะรูปแบบการตลาดเดิมๆ บางคนเสียเพื่อน เสียแฟน เสียญาติ เสียคนรู้จัก เขากำลังมองหาการตลาดรูปแบบใหม่ที่ไม่ต้องรบกวนใคร และง่ายกว่า นั่นคือโอกาสของคนที่เริ่มการตลาดแบบดึงดูด Attraction Marketing ที่จะสำเร็จในอนาคตที่มากกว่า...


พลวัต ปานคำ
MLM School Consultant